วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความคิดของตัวเราเอง ...


บางครั้ง..
คนเราก็ต้องการที่สงบๆ เพื่อคุยกับตัวเอง
และบางครั้งเราก็ต้องลองอยู่กับตัวเองนิ่งๆ
เพื่อการเรียนรู้ที่จะค้นพบตัวตนบางอย่างของเรา..

แต่ในบางเวลา..
การเคลื่อนไหว?ก็ไม่ได้หมายถึงว่าใจไม่นิ่ง
ตราบใดที่ใจยังอยู่กับตัวและเรายังสามารถควบคุมตัวเองได้
การก้าวเท้าออกไปนอกบ้านก็อาจจะเปิดมุมมองใหม่เข้ามาในใจ
และขุดตัวตนบางอย่างที่ฝังอยู่ลึกๆ ในตัวเราออกมาให้เห็น..

ถ้าไม่ออกไปเห็นโลกบ้าง
ถ้าไม่ลองมองดูใครบ้าง
ก็ไม่มีวันรู้ความคิดของตัวเอง

การได้พบเจอผู้คนตามสถานที่ต่างๆ
จึงมิใช่แค่การเรียนรู้ความเป็นไปของสังคมเท่านั้น
แต่กลับเป็นการเรียนรู้ตัวเอง
จากการนำตัวเองไปปะทะกับโลกภายนอก
เราจะปกป้องตัวเองอย่างไร
เราจะปฏิบัติกับโลกภายนอกอย่างไร
เราจะเอาตัวรอดได้ไหม..

ถ้าไม่ลองก้าวขา?ก็ไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งได้
นั่นคงเป็นสัญญาณที่บอกให้เรารู้ว่า...
นอกจากเราจะสามารถค้นหาตัวเองจากความสงบแล้ว
เรายังสามารถค้นพบตัวเองจากความวุ่นวายได้ด้วย...

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ลองเปลี่ยนความคิดชีวิตก็สุขได้ ...


การพลิกมุมความคิดหรือปรับให้เป็นไปในทางที่ดีนั้น
เปรียบเหมือนการรู้จักสร้างมุม มองหลายๆอย่างให้กับตัวเราอย่างมีทิศทาง
ดั่งเช่นกรณีการมองแก้วน้ำหนึ่งใบที่มีทั้งที่จับลวดลายและ ทรวดทรงต่างๆ..

บางคนเห็น..เพียงที่จับอย่างเดียว
แต่ไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดที่เป็นลวดลายหรือทรวดทรงได้
บางคนเห็นเพียงลวดลายอีกด้านหนึ่ง
แต่ไม่สามารถมองเห็นด้านที่ใช้ จับได้
คำตอบของทั้งสองความเข้าใจจึงมีความแตกต่างกันออกไป..

เพราะการมองที่ไม่เหมือนกั
 การมองที่ไม่เหมือนกันไม่ใช้เรื่องเลวร้าย
เพราะเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างเท่านั้น
แต่หากความแตกต่างถูกจัดให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ทุกมุมมองที่เห็นจะถูกปรับให้เกิดความสัมพันธ์
และเป็นความงามในความแตกต่างที่มี..

คนฉลาดจะรู้จักพลิกมุมมอง
เพื่อให้เห็นสิ่งต่างๆ ในหลากหลายมิติ
หรือไม่ก็รู้จักที่จะเคลื่อนตัวเองเข้าไปหา
เพื่อสำรวจสิ่งเหล่านั้นได้ละเอียดมากขึ้น
สิ่งที่ได้รับรู้ก็จะเกิดเป็นมุมมองใหม่
ที่ทำให้เห็นสิ่งเดิมแต่กลับมีความหมายที่มากกว่า..

เพราะรู้จักพลิกมุมของความคิด
และปรับเปลี่ยนให้เกิดเป็นคุณค่าในสิ่งที่มี
ชีวิตจึงได้พบสิ่งที่หลากหลายในความต่างแต่ลงตัวได้
ทำให้เกิดการเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด..

การพลิกมุมความคิดแล้วปรับให้เกิดเป็นมุมมองใหม่ในทางที่ดี
อันเนื่องมาจากการฝึกจิตที่ดีแล้ว
จึงนำความสุขมาให้เสมอ
แม้ว่าเราจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม..


..ปรับที่ใจและเริ่มแก้ไขที่ตัวเรา แล้วสิ่งดีที่รออยู่ก็จะวิ่งตามมา..

วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

จงมองให้เห็นความสุข ...


    ชีวิต การงาน และความรัก นั้นเกี่ยวข้องกัน
การงานไม่ได้หมายถึงชีวิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ความรักไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับชีวิต แต่จะทำให้ชีวิตรู้สึกยิ่งใหญ่..
     เราควรเรียนรู้ที่จะมีความสุขและนึกถึงความตายว่าคือปลายทางของชีวิตที่เราจะเดินไปพบคนที่เราเคยสูญเสียไป..
    ถ้าเพียงเราคิดอย่างนั้นเราจะอยู่กับชีวิตด้วยความเบิกบานและความรักอย่างที่มันควรจะเป็น
ความสุขส่งผ่านมาจากใจและสังเกตได้จากนอกกาย

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สยามเมืองยิ้ม ...


คนไทยสมัยนี้เครียดกันง่ายจัง
วันๆ หนึ่งต้องพบกับความทุกข์ใจ ไม่สบายใจ กังวลใจ กันหลายๆ ครั้ง
ไม่เหมือนกับคนไทยสมัยโบราณที่กว่าจะเกิดความเครียดขึ้นมาได้...
 โน่น..ต้องมีเสือบุกเข้ามากินวัว โจรบุกเข้ามาปล้น
ถึงจะเกิดความเครียดกันทีหนึ่ง เรียกว่า วันๆ หนึ่งแทบจะไม่รู้จักความเครียดกันเลย
ใบหน้าคนไทยสมัยก่อนจึงมีแต่รอยยิ้ม..

พวกฝรั่งซึ่งเป็นคนมาจากวัฒนธรรมอื่นมาเห็นเข้าพากันแปลกใจ
ว่าทำไมคนไทยอารมณ์ดีกันจัง ก็เลยตั้งชื่อว่าให้ว่า "สยามเมืองยิ้ม"

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บ่อเกิดแห่งปัญญา ...


เราต้องเข้าใจชัดเจนทั้งสองอย่าง
ในการปฏิบัติของเรา เราต้องพยายามติดตามดูความรู้สึกนึกคิด
ตลอดวันตลอดคืน ไม่ใช่ปฏิบัติเฉพาะเมื่ออยู่ที่วัด
ตั้งแต่นี้ต่อไป ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน อยู่ที่บ้าน อยู่ที่ทำงานหรือเที่ยวไป
ก็ตามพยายามคอยระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองติดตามศึกษา..
 ความจริงเราไม่ต้องทำอะไรมาก
เพียงแต่คอยสำรวมระวังคอยสังเกตว่า
เรามีความรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร
ให้มีสติสัมปชัญญะ ระลึกรู้อยู่ รู้สึกตัวอยู่เสมอ
อันนี้ให้ถือเป็นหน้าที่ของเรา
เราไม่ต้องอ่านหนังสือหรือฟังเทศน์ อะไรมากมาย
เพียงแต่พยายามเปลี่ยนนิสัยให้ เป็นคนช่างสังเกต
คือ สังเกตความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง

สังเกตว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังพูดอะไร กำลังคิดอะไร
การปฏิบัติเช่นนี้ การพยายามติดตามสังเกตเช่นนี้จะทำให้เกิดปัญญา

วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เสียงของความเงียบ ...


     จิตใจของเรานั้นไม่เคยได้อยู่ในความเงียบที่แท้
ตราบใดที่เรายังยึดติดกับโลกภายนอกอยู่



เสียงที่ไม่ใช่เสียงของเราจะดังก้องอยู่ในจิตใจของเราตลอดเวลา
ถ้าต้องการอิสระ ถ้าต้องการความเงียบที่แท้
จงปล่อยให้ใจให้หลุดพ้นจากสภาพลวงที่อยู่
ล้อมรอบปล่อยมันไป อย่าไปยึดติดกับเสียงนั้น
แล้วเราจะได้พบกับความเงียบที่แท้
ที่ที่เสียงแห่งความลวงไม่มีวันเข้าไปถึง...

      ในความเงียบที่แท้นั้นเอง เราจะได้ยินเสียงของหัวใจใครบางคน
ที่ถูกลืมทิ้งไว้ในความเงียบนั้นมาเป็นเวลานานแสนนาน…ก็คือ...
"เสียงของตัวเรา" นั่นเอง

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Copyright © 2009-2010 ร่วมแลกเปลี่ยนกับเรา poryuporkin@gmail.com